Home / การตั้งครรภ์ / อาการยอดฮิตที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์

อาการยอดฮิตที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์




คุณแม่รู้บ้างไหมในบางอาการที่คุณแม่เกิดขึ้นมาระหว่างการตั้งครรภ์นั้นก็ไม่ได้เป็นอาการที่เกิดขึ้นเฉพาะคุณแม่เพียงคนเดียวเพราะผู้หญิงตั้งครรภ์หลายๆคนต่างๆนั้นก็มีอาการเดียวกันกับคุณแม่ซึ่งเราจะมาดูกันว่าอาการยอดฮิตที่เกิดขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ของคุณแม่นั้นคืออะไร

อาการที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ส่วนมาก

1.อาการหิวบ่อย เป็นอาการปกติสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เลย ที่มีอาการหิวบ่อยไม่ใช่เพียงแต่คุณเพียงคนเดียวเพราะว่า เมื่อมีทารกอยู่ในครรภ์แล้วทารกจะรับสารอาหารจากคุณแม่เพื่อไปบำรุงร่างกายและพัฒนาการส่วนต่างๆ คุณแม่จึงมีอาการหิวบ่อยอาจจะมีรับประทานจากปกติ 3 มื้อเป็นวันละ 5 มื้อก็ได้

2.มีอารมณ์ฉุนเฉียวกับสามีบ่อย บ่อยครั้งที่คุณแม่รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ตัวเองเลย ที่อยู่ดีก็อารมณ์เสียใส่เขาอย่างนั้นทั้งที่เค้าไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เค้าก็ยังไม่โกรธคุณและคุณก็ยิ่งอารมณ์เสียบ่อยเข้าๆเรื่อย ซึ่งอาการนี้เป็นอาการที่ฮอร์โมนแปรปรวนและร่างกายคุณแม่ไม่สบายตัวต่างๆ แต่จริงๆแล้วคุณแม่ไม่ควรที่จะเครียดเพราะว่า ความเครียดของคุณแม่ส่งผลต่อการพัฒนาการทารกในครรภ์

3.ปวดหลัง อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์นับว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคนเพราะการอุ้มท้องลูกนอกจากจะเปลี่ยนจากกระดูกสันหลังที่มีการเดินตรงต้องเป็นการเดินเอียงตัวไปข้างหลัง พร้อมกับคุณแม่ส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยรับประทานแคลเซียมจะยิ่งปวดมากและ เป็นตะคริวในที่สุดที่สังเกตได้คือตอนนอนจะมีอาการตะคริวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้นถ้าหากว่าตะคริวเกิดขึ้นมา ควรที่จะหาแคลเซียมมาเพราะว่าในการพัฒนาการทารกในช่วงนี้ทารกน้อยได้ดูดซึมธาตุแคลเซียมต่างๆจากคุณแม่มาจนหมดและจะยิ่งทำให้คุณแม่ปวดหลังมากยิ่งขึ้น

4.กลิ่น เมื่อคุณแม่มีการตั้งครรภ์ก็ต้องยอมรับได้เลยว่าจะเกิดอาการ super smell เกิดขึ้นจะมีประสาทการดมกลิ่นที่ไวมากจากกลิ่นที่ชอบคุณแม่ก็จะไม่ชอบอีกต่อไปและจะพาลให้เกิดอาการอาเจียนหรือแพ้ท้องตามมาได้ ซึ่งคุณแม่ควรที่จะอยู่ห่างกลิ่นนี้ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่ออยู่ในการตั้งครรภ์ระหว่าง 3-6 เดือน
5.นอนกรน อาการนอนกรนนั้นเป็นอาการที่คุณแม่ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากยิ่งเวลานอนกรนเพราะว่ามีการหายใจที่ลำบากจึงเกิดอาการนอนกรนแต่ถ้าหากว่ามีการนอนกรนและหยุดหายใจและหายใจใหม่เป็นช่วงๆควรปรึกษาแพทย์ด่วนเพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตถ้าหากมีการหยุดหายใจไปชั่วครู่ระหว่างการนอนกรน