Home / การเลี้ยงลูกแม่และเด็ก / ความแตกต่างเด็กนอนเปล กับ นอนที่นอนธรรมดา

ความแตกต่างเด็กนอนเปล กับ นอนที่นอนธรรมดา




ความแตกต่างเด็กนอนเปล กับ นอนที่นอนธรรมดา

วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างการที่เด็กนอนเปล และนอนธรรมดาว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรเพื่อที่คุณแม่จะได้สังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กในง่ายขึ้นและศึกษาถึงข้อดีและข้อเสียที่เกิดขึ้น สำหรับที่คุณแม่จะต้องรับมือกับลูกๆน้อยของเรา ว่าประโยชน์ของการนอนเปลคืออะไร และข้อเสียหละ เรามาดูกันว่ามีอะไรอย่างไรบ้าง

ประโยชน์ของการนอนเปล

การนอนเปลนั้นเป็นการนอนที่จะทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเพราะว่าการแกว่งของเปลนั้นจะทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและสบาย จนทำให้หลับได้รวมถึงการที่นอนเปลในแบบนี้นั้นจะช่วยในส่วนของเด็กที่ชอบงอแงในเวลากลางคืนที่ชอบร้องในตอนกลางคืนบ่อยจึงช่วยให้หลับสบายและไม่เกิดความเครียดและ พักผ่อนไม่เพียงพอตามมา นอกจากจะช่วยสุขภาพของลูกน้อยแล้วยังช่วยในส่วนของแม่ แต่คุณแม่รู้ไหมว่า ประโยชน์ของเปลที่มีนั้นก็มีข้อเสียและข้อเสียนั่นคืออะไรเรามาดูกัน

ข้อเสียของการนอนเปล

ข้อเสียของการนอนเปลนั้นแน่นอนว่าเด็กที่โตขึ้นจะทำให้มีอาการติดเปล เนื่องจากว่ามีการนอนมาตั้งแต่เล็กจนโตจึงทำให้ติดเมื่อเวลาไปไหนมาไหนไกลๆจะทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ และอาการนอนไม่หลับเนื่องจากติดเปลนั้นคุณแม่ก็จะต้องมานั่งเขย่าจนกว่าจะหลับและหลังจากหลับแล้วถ้าหากว่าคุณแม่ส่งเสียงใดๆก็อาจจะทำให้ลูกน้อยตื่นได้ ดังนั้นคุณแม่ควรศึกษาเกี่ยวกับข้อเสียต่างๆก่อน

และการนอนเปลกับการนอนที่นอนธรรมดาต่างกันอย่างไร

การนอนในแบบที่นอนเปลกับธรรมดาส่วนใหญ่แล้วแนะนำว่าจะเป็นแบบนอนเตียงธรรมดาหรือนอนฟูกนั่นเพราะว่า การนอนในแบบนี้จะทำให้เด็กมีความเคยชินกับสภาพปกติแต่การเลือกที่นอนของเด็กนั้นควรเลือกในลักษณะที่ไม่แข็งมากจนเกินไปและไม่ยุบตัวมากจนเกินไปนั่นเป็นเพราะว่า การเลือกที่นอนในแบบนี้จะก่อให้เกิด อาการหัวมุดลงไปและขาดหายใจได้ ดังนั้นคุณแม่ควรที่จะศึกษาให้ดี แต่ถ้าหากว่าต้องการฝึกให้ลูกสามารถนอนได้ตามธรรมดาและไม่มีอาการติดเปลควรที่จะฝึกให้นอนในที่นอนปกติ จะช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องกังวลเวลาไปไหนมาไหนและการนอนเปลนั้นอาจจะติดนิสัยยันโตเลยก็ได้ ดังนั้นคุณแม่ควรที่จะศึกษาวิเคราะห์ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะนำมาให้ทารกน้อยได้นอนเปลเด็ก